FileMorph › แปลง PDF เป็น Word

แปลง PDF เป็น Word
ไม่ต้องอัปโหลดไปไหน

ดึงข้อความจากไฟล์ PDF ออกมาเป็นเอกสาร Word ที่แก้ไขต่อได้ เหมาะกับตอนที่ได้เอกสารมาแต่ไม่มีไฟล์ต้นฉบับ เช่น สัญญา ใบเสนอราคา หรือรายงานที่ต้องแก้ตัวเลขนิดหน่อย ระบบอ่านข้อความในเครื่องคุณโดยตรง เอกสารจึงไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ใด

+

ลากไฟล์มาวาง หรือคลิกเพื่อเลือก แตะเพื่อเลือกไฟล์

เลือกได้หลายไฟล์พร้อมกัน

สกุลไฟล์ที่รองรับ

วิธีแปลง PDF เป็น Word

  1. ลากไฟล์ .pdf มาวางในกรอบด้านบน หรือแตะเพื่อเลือกจากเครื่อง เลือกพร้อมกันหลายไฟล์ได้
  2. ระบบเลือกปลายทางเป็น Word ไว้ให้แล้ว ถ้าต้องการสกุลอื่นก็เปลี่ยนได้จากเมนูข้างไฟล์
  3. กดปุ่ม แปลงทั้งหมด แล้วรอจนสถานะขึ้นว่าเสร็จแล้ว
  4. กด ดาวน์โหลด เพื่อบันทึกไฟล์ผลลัพธ์ลงเครื่อง

ทำไมถึงควรแปลงที่นี่

PDF กับ Word ต่างกันตรงไหน ทำไมแปลงแล้วหน้าตาไม่เป๊ะ

Word เก็บเอกสารเป็น “โครงสร้าง” คือรู้ว่าตรงไหนเป็นหัวข้อ ย่อหน้า ตาราง หรือรายการลำดับ ส่วน PDF เก็บเป็น “ตำแหน่งบนหน้ากระดาษ” คือรู้แค่ว่าตัวอักษรตัวนี้วางอยู่ที่พิกัดไหนด้วยฟอนต์อะไร ไม่รู้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของย่อหน้าหรือตาราง การแปลงกลับจึงเป็นการเดาโครงสร้างจากตำแหน่ง ซึ่งข้อความจะครบ แต่การจัดหน้าจะเรียบง่ายกว่าต้นฉบับเสมอ ไม่ว่าจะใช้โปรแกรมไหนก็ตาม

สิ่งที่มักได้ผลดี: เอกสารที่เป็นตัวหนังสือล้วน เช่น สัญญา บันทึกข้อความ จดหมาย รายงานที่มีหัวข้อชัดเจน สิ่งที่มักต้องจัดใหม่หลังแปลง: ตารางซับซ้อนที่มีเซลล์รวม เอกสารสองคอลัมน์ กล่องข้อความลอย และหัวกระดาษท้ายกระดาษ

PDF ของคุณเป็นแบบไหน ดูก่อนแปลง

ลองเปิด PDF แล้วลากคลุมข้อความ ถ้าเลือกข้อความได้ทีละคำ แปลว่าเป็น PDF ที่มีชั้นข้อความ ระบบจะดึงข้อความออกมาได้ตรงตามต้นฉบับทุกตัวอักษร ถ้าลากแล้วเลือกได้ทั้งหน้าเป็นก้อนรูป แปลว่าเป็นภาพสแกน ระบบจะสลับไปใช้ OCR อ่านตัวอักษรไทยและอังกฤษจากภาพแทน ซึ่งช้ากว่าและอาจมีคำผิด โดยเฉพาะสระบน สระล่าง และวรรณยุกต์

เคล็ดลับสำหรับภาพสแกน: ถ้าสแกนเองได้ ให้ตั้งความละเอียด 300 dpi ขึ้นไป สแกนให้หน้าตรง ไม่เอียง และไม่มีเงานิ้วหรือเงาสันหนังสือ สามอย่างนี้ช่วยให้ OCR แม่นขึ้นมากกว่าการแก้ที่ปลายทาง

ตรวจทานหลังแปลง 4 จุดที่พลาดบ่อย

  1. ตัวเลขและจำนวนเงิน — ถ้ามาจากภาพสแกน ให้เทียบกับต้นฉบับทุกตัว เลข 0 กับตัว O และเลข 1 กับตัว l มักสลับกัน
  2. ตัดคำภาษาไทย — PDF บางไฟล์เก็บข้อความไทยเป็นชิ้น ๆ ตามบรรทัด เวลาแปลงอาจมีช่องว่างแทรกกลางคำ ใช้คำสั่งค้นหาและแทนที่ใน Word ลบช่องว่างเกินได้
  3. ตาราง — ถ้าตารางกลายเป็นข้อความเรียงกัน ให้เลือกช่วงนั้นแล้วใช้ “แปลงข้อความเป็นตาราง” ใน Word โดยกำหนดตัวคั่นเป็นแท็บ
  4. ฟอนต์ — เอกสารที่ได้จะใช้ฟอนต์มาตรฐาน ถ้าต้องการให้ตรงกับหน่วยงาน เช่น TH SarabunPSK ให้เลือกทั้งเอกสารแล้วเปลี่ยนฟอนต์ทีเดียว

เมื่อไหร่ไม่ควรแปลง PDF เป็น Word

ถ้าคุณแค่ต้องการเติมข้อความลงแบบฟอร์ม หรือเพิ่มลายเซ็น ไม่จำเป็นต้องแปลงเป็น Word เลย การแก้บน PDF โดยตรงจะรักษาหน้าตาเอกสารราชการหรือแบบฟอร์มบริษัทไว้ครบกว่า ใช้ EditPDF ซึ่งทำงานในเครื่องเหมือนกันได้ ส่วนถ้าต้องการแค่คัดลอกข้อความไปใช้ ให้เลือกปลายทางเป็น TXT จะได้ข้อความล้วนที่สะอาดกว่า

คำถามที่พบบ่อยเรื่องPDF และ Word

แปลงแล้วหน้าตาเหมือนต้นฉบับเป๊ะไหม

ข้อความจะครบ แต่การจัดหน้า ตาราง และตำแหน่งรูปอาจเลื่อนไปบ้าง เพราะ PDF เก็บข้อมูลเป็นตำแหน่งบนหน้ากระดาษ ไม่ได้เก็บโครงสร้างเอกสารแบบ Word

PDF ที่เป็นรูปสแกนแปลงได้ไหม

ได้ ระบบจะตรวจเจอว่าไม่มีชั้นข้อความ แล้วใช้ OCR ภาษาไทยและอังกฤษอ่านตัวอักษรจากภาพให้ ผลลัพธ์ขึ้นกับความคมชัดของต้นฉบับ ถ้าสแกนเอียงหรือเบลอควรสแกนใหม่ให้ตรง

PDF ที่ใส่รหัสผ่านไว้แปลงได้ไหม

ต้องปลดรหัสผ่านก่อน โดยเปิดไฟล์ด้วยรหัสแล้วสั่งบันทึกเป็นไฟล์ใหม่ที่ไม่มีรหัส จากนั้นค่อยนำมาแปลง

การแปลงที่เกี่ยวข้อง

เครื่องมือแปลงไฟล์ทั้งหมด

ทุกหน้าทำงานในเบราว์เซอร์ ไม่มีการอัปโหลดไฟล์ ใช้ฟรีไม่จำกัดจำนวนครั้ง